เตา และเครื่องดูดควัน นวัตกรรมที่ควบคู่กับความสวยงาม

14 ธ.ค. 2555

เตา และเครื่องดูดควัน นวัตกรรมที่ควบคู่กับความสวยงาม

เตา (Hobs) และเครื่องดูดควัน (Hood) ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์คู่ครัวที่นอกจากจะต้องรับบทหนักแล้ว ยังเป็นหน้าตาให้ห้องครัวของคุณดูสวยงามครบองค์ประกอบอย่างแท้จริง

วันนี้จึงมีเรื่องราวของอุปกรณ์สำคัญทั้งสองชนิดที่เปรียบเสมือนหัวใจหลักประจำห้องครัวมาฝากกันค่ะ ซึ่งทั้งเตาและเครื่องดูดควันนั้นปัจจุบันได้รับการออกแบบและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกลายมาเป็นสินค้าที่ตอบสนองพฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้บริโภคในแต่ละครัวเรือนได้เป็นอย่างดี

หลักในการพิจารณาเลือกเตาและเครื่องดูดควันให้เหมาะกับประโยชน์การใช้งานถือเป็นเรื่องสำคัญค่ะ แต่ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักกับประเภทของเตาและเครื่องดูดควันกันก่อน ฉบับนี้เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านเตาและเครื่องดูดควันอย่าง FAGOR ผู้นำด้านธุรกิจนำเข้าเตาและเครื่องดูดควันจากประเทศสเปน และบริษัท มักกะสันสเตนเลสสตีล จำกัด เจ้าของแบรนด์เครื่องดูดควัน Hooth ที่เน้นการตอบสนองผู้ใช้ครัวไทยโดยเฉพาะ ซึ่งตัวแทนจากแบรนด์ต่างประเทศและแบรนด์ไทยจะมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อคุณผู้อ่าน @Kitchen ที่กำลังมองหาอุปกรณ์คุณภาพมาคู่ครัวภายในบ้านแสนรักกันค่ะ 

ลีลนา เพียรพิริยะ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟากอร์ โฮม อัพไพลแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ความรู้ในเรื่องนี้ว่า วิธีการใช้เตาหรือเตาแก๊สในอเมริกา ยุโรป หรือเอเชีย มีความแตกต่างกันตรงวิธีการใช้งาน เพราะลักษณะการทำอาหารแต่ละประเทศนั้นมีความแตกต่างกัน เช่น ยุโรปจะใช้เตาเพื่อปรุงอาหารเบาๆ แต่ถ้าในเอเชียจะเน้นการทำครัวที่ใช้งานหนักๆ ส่วนในอเมริกาจะเน้นไปที่ความแข็งแรง โดยใช้วัสดุประเภท Iron Case เป็นหลัก
ปัจจุบันการใช้เตาไฟฟ้าถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในห้องชุดหรือคอนโดมิเนียม เพราะข้อกำหนดของห้องชุดนั้นไม่อนุญาตให้ใช้เตาแก๊ส ซึ่งโดยทั่วไปคนไทยอาจจะไม่คุ้นเคยกับการใช้เตาไฟฟ้าเท่าไรนัก เพราะพฤติกรรมส่วนใหญ่ของคนไทยนิยมใช้กระทะแบบโค้งมนและนิยมใช้เตาแก๊ส เนื่องจากให้ความร้อนได้รวดเร็วทันใจ ขณะที่เตาไฟฟ้ามีลักษณะเตาแบนเรียบ เหมาะกับการทำอาหารด้วยกระทะหรือหม้อก้นแบนแบบฝรั่งมากกว่า 
โดยเตาไฟฟ้าแบ่งได้ตามลักษณะการใช้งานเป็น 2 ประเภท คือ เตาไฟฟ้าแบบขดลวด ที่แบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ ชนิดขดลวดเปลือย ที่ไม่มีแผ่นหินทนความร้อนหรือแผ่นเหล็กครอบด้านบน ดังนั้นในการใช้งานจึงต้องระมัดระวัง เนื่องจากเตาให้ความร้อนเร็ว อีกประเภทหนึ่งเรียกว่าเตาเพลตไฟฟ้า ซึ่งจะมีแผ่นหินทนไฟหรือแผ่นเหล็กเคลือบสารพิเศษสำหรับป้องกันกระแสไฟฟ้าและช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานมากขึ้น 
สำหรับเตาไฟฟ้าเซรามิก เตาประเภทนี้จะมีขดลวดทำความร้อนภายในตัวเครื่อง โดยมีแผ่นกระจกทนความร้อนสูง หรือ Temper Glass ซึ่งเป็นกระจกนิรภัยไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ และทนต่อแรงกระแทกปิดทับ ผิวหน้าเตาเรียบเสมอกับเคาน์เตอร์ มีให้เลือกทั้งแบบปุ่มใช้งานเป็นลูกบิด และแบบระบบสัมผัสซึ่งราคาจะสูงกว่า

ปัจจุบันฟังก์ชันของเตามีการพัฒนาเพื่อการใช้งานที่หลากหลายขึ้น คือ ระบบหัวไฟฟ้าอัจฉริยะ (Induction) มีระบบการทำงานแบบสนามแม่เหล็ก วิธีทดสอบภาชนะว่าใช้ได้กับเตาชนิดนี้หรือไม่ ทำได้โดยนำแผ่นแม่เหล็กติดตู้เย็น ดูดกับกระทะหรือภาชนะที่จะใช้ ถ้าติดก็แสดงว่าสามารถใช้ได้ ซึ่งเตาแบบนี้จะให้ความปลอดภัยสูง เนื่องจากเครื่องจะเริ่มทำงานเมื่อวางภาชนะที่เป็นสื่อนำสนามแม่เหล็กลงบนหัวเตาเท่านั้น ส่วนระบบหัวไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งคือ ระบบหัวไฟฮาโลเจน เป็นเตาที่ใช้หลอดฮาโลเจนในการผลิตความร้อนจึงให้ความร้อนสูงและคงความร้อนได้นาน 

ในส่วนของกำลังวัตต์ของเตาไฟฟ้า คุณลีลนากล่าวว่า “กำลังวัตต์ของเตาจะขึ้นอยู่กับขนาดรัศมีของเตาแต่ละวง ซึ่งเตาที่มีกำลังวัตต์มากที่สุด คือ เตาระบบหัวไฟฟ้าอัจฉริยะ (Induction) ที่มีกำลังวัตต์ของหัวเตาแต่ละหัวจะอยู่ที่ 3,600 วัตต์ เพราะการทำงานของหัวเตาจะทำงานเป็นคู่โดยอัตโนมัติ ข้อดีของเตาประเภทนี้คือถ้าเตามีปัญหาอีกครึ่งหนึ่งก็ยังคงใช้งานได้ ส่วนเตาแก๊สจะแบ่งเป็นหัวธรรมดากับหัวฟู่ ที่เป็นลักษณะหัวเตาแก๊สออกมา 3 ชั้น 

ข้อแตกต่างขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้จะชอบแบบไหน แต่ที่ได้รับความนิยมที่สุดคือรุ่นที่มีเตาแก๊สและเตาไฟฟ้า หากเกิดกรณีไฟดับก็สามารถใช้เตาแก๊สได้

ในการเลือกใช้งานระหว่างเตาแก๊สกับเตาไฟฟ้า ข้อดีของเตาไฟฟ้า คือ สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ แต่ไม่ว่าจะเลือกใช้เตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับวิธีใช้งานมากกว่า ปัจจุบันหากบ้านใครที่มีทั้งครัวไทยและครัว “Pantry” (พื้นที่บริเวณส่วนจัดเตรียมอาหาร) ส่วนใหญ่ก็จะแนะนำให้มีเตาแก๊สอยู่ที่ครัวไทยข้างนอก ส่วนครัว Pantry ก็อาจจะเลือกใช้เตาไฟฟ้าได้”

สำหรับขนาดของเตาสามารถแบ่งออกเป็นขนาด 30 เซนติเมตร ซึ่งเหมาะกับครัวขนาดเล็ก ขณะที่เตาขนาด 60 เซนติเมตรเมื่อนำไปเข้าชุดกับครัวแบบ Built-in จะมีความสวยงามมากที่สุด เนื่องจากลักษณะของบาร์ชุดครัวจะมีขนาด 60 เซนติเมตร หรือ 120 เซนติเมตร 

สำหรับเตาที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อการใช้งานสำหรับคนเอเชียจะมีขนาดหน้ากว้างประมาณ 73 เซนติเมตร หรือ 90 เซนติเมตร ส่วนดีไซน์ของเตาที่เปลี่ยนแปลงไปที่สังเกตได้ชัดเจน คือ เรื่องของสีกับกราฟิกบนเตาที่เปลี่ยนไปให้ดูทันสมัยขึ้น และท้ายที่สุดสิ่งที่มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นคือ กำลังวัตต์และความทนทาน อย่าง เตาเอเชียรุ่นเดิมๆ ที่ขายอยู่ในท้องตลาดกำลังความร้อนของเตาจะอยู่ที่ 3,500 วัตต์ แต่ถึงวันนี้มีการพัฒนาให้กำลังวัตต์สูงขึ้นถึง 4,200 วัตต์ และตัวปุ่มในอดีตจะนิยมสีดำ ต่อมาก็เริ่มนิยมเป็นปุ่มสเตนเลส ผ่านจากเรื่องของเตามาถึงสิ่งที่ทำงานควบคู่ไปกับ “เตา” และเป็นตัวช่วยเสริมให้เตาดูสวยงามอย่างลงตัว ก็คือ “เครื่องดูดควัน” เนื่องจากสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป หลายๆ ครอบครัวต้องอาศัยอยู่ภายในคอนโดมิเนียมแทนที่การอยู่บ้านเดี่ยว ซึ่งลักษณะของอาคารแบบนี้มักไม่มีการกั้นห้อง ดังนั้นระบบการระบายอากาศจึงไม่สู้ดีนักเป็นผลให้การทำอาหารเกิดกลิ่นควัน และความร้อนรบกวนไปทั่วบริเวณ “เครื่องดูดควัน” จึงเข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหาดังกล่าว สำหรับประเภทของเครื่องดูดควัน หากแบ่งตามรูปแบบและขนาดจะแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ แบบมาตรฐาน ข้อดีของเครื่องดูดควันประเภทนี้คือประหยัดพื้นที่ ติดตั้งง่าย แต่มีข้อจำกัดคือ กำลังแรงดูดที่ค่อนข้างน้อย ซึ่งเริ่มต้นที่ 420-510 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง เหมาะที่จะติดตั้งในครัวไทยนอกบ้านและคอนโดมิเนียม 

แบบสลิมไลน์ มีลักษณะบางแบน มีกำลังแรงดูดอยู่ที่ 280-610 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง ข้อดีคือใช้งานง่าย ดีไซน์สวย มีประสิทธิภาพสูง การติดตั้งต้องเริ่มวางแปลนตั้งแต่การเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ เนื่องจากเครื่องดูดควันประเภทนี้มักจะถูกซ่อนจากสายตาด้วยการทำเฟอร์นิเจอร์ปกปิดไว้ ซึ่งครัวในคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่จะนิยมใช้เครื่องดูดควันประเภทนี้ 

แบบกระโจม แบ่งออกเป็นกระโจมกลางห้องและกระโจมติดผนัง ทุกวันนี้ครัวภายในบ้านหลายแห่งนิยมติดตั้งเครื่องดูดควันแบบกระโจมกลางห้องตรงบริเวณ Island ส่วนกำลังดูดของเครื่องดูดควันแบบนี้เริ่มต้นที่ 650-1,000 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง 

นอกจากนี้เครื่องดูดควันยังมีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ 2 ส่วนคือ ฟิลเตอร์และแผ่นคาร์บอน โดยฟิลเตอร์หรือไส้กรองคราบน้ำมันจะทำหน้าที่ดักจับคราบน้ำมันที่ลอยตัวอยู่ขณะประกอบอาหาร ส่วนแผ่นคาร์บอนจะทำหน้าที่ดูดซับกลิ่นจากการประกอบอาหาร ซึ่งเมื่อทั้งสองส่วนนี้มีสิ่งสกปรกเครื่องดูดควันบางรุ่นจะมีระบบเตือนให้ทำความสะอาด โดยวิธีการทำความสะอาดสามารถทำได้ด้วยการถอดมาล้างด้วยน้ำอุ่น จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้ง แต่สำหรับบางรุ่นที่ไม่มีระบบเตือนสามารถสังเกตได้จากการเปิดเครื่องทำงาน ซึ่งหากยังมียังกลิ่นหลงเหลืออยู่แสดงว่าคาร์บอนสกปรก หรือถ้าเครื่องดูดควันทำงานช้าแสดงว่าฟิลเตอร์สกปรก FAGOR มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ของเครื่องดูดควันเพื่อตอบสนองความต้องการของคนเอเชีย โดยออกแบบให้มีถาดรองน้ำมันไว้ใต้มอเตอร์เพื่อช่วยแก้ปัญหาอาการน้ำมันท่วมมอเตอร์ ซึ่งถาดรองน้ำมันนี้สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่าย 

นอกจากนี้แผ่นฟิลเตอร์และแผ่นคาร์บอนของ FAGOR ทุกรุ่นก็สามารถทำความสะอาดด้วยเครื่องล้างจานได้ จากแบรนด์นอกมาถึงอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสินค้าไทยกับมักกะสันสเตนเลสสตีล ผู้ผลิตและจำหน่ายเตาและเครื่องดูดควัน ภายใต้แบรนด์ที่มีชื่อว่า Hooth ซึ่งถือเป็นผู้บุกเบิกการผลิต เครื่องดูดควันที่ใช้ภายในบ้านเพื่อตอบสนองผู้ใช้ครัวไทยโดยเฉพาะ ในยุคแรกมักกะสันสเตนเลสเริ่มต้นจากการทำธุรกิจตู้แช่ ก่อนจะขยายมาทำงานสเตนเลสเกี่ยวข้องกับครัวภายในโรงแรม และพลิกผันมาผลิตเครื่องดูดควันที่ใช้ภายในครัวบ้านอย่างเต็มตัว รวมไปถึงการขยายไลน์ของสินค้าด้วยการผลิตเตาแก๊สและชุดครัวสเตนเลสออกมาทำตลาดเพิ่มขึ้นอีกด้วย 

โอกาสนี้ เนตรดาว ห่านตระกูล ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเตาและเครื่องดูดควันว่า “ความโดดเด่นของเครื่องดูดควันภายใต้แบรนด์ Hooth จะเน้นการใช้งานในครัวหนักอย่างครัวไทยโดยเฉพาะ จุดแตกต่างถ้าเทียบกับเครื่องดูดควันทั่วไปคือ ระบบดักกรองจะมีฟิลเตอร์สเตนเลสรางสลับตัว U ประกบ ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้ในครัวโรงแรม ภัตตาคาร แต่นำมาย่อส่วนและปรับรูปโฉม รูปทรงให้เหมาะกับการใช้งานในครัวบ้าน สำหรับมอเตอร์ของ Hooth ที่อยู่ภายในเครื่องดูดควันนั้น บริษัทฯ ใช้เวลาหนึ่งปีกว่าในการคิดค้นและพัฒนาขึ้นมา เนื่องจากหัวใจสำคัญของเครื่องดูดควัน นอกจากระบบดักกรองแล้วยังต้องมีมอเตอร์ที่มีแรงดูดพิเศษ ซึ่งใบพัด เคสต่างๆ ของมอเตอร์จะทำจากวัสดุที่เป็นอะลูมิเนียมทั้งหมด เพราะทนความร้อน ช่วยลดปัญหาใบพัดบิดเบี้ยว และง่ายต่อการทำความสะอาด ซึ่งจุดเด่นอีกประการหนึ่งของ Hooth คือส่วนของถาดรองรับน้ำมันบริเวณเตาที่สามารถถอดออกมาล้างทำความสะอาดได้ เพราะครัวไทย-ครัวจีนจะใช้น้ำมันเป็นส่วนประกอบในการทำอาหารเป็นหลัก 
การพัฒนารูปโฉมก็มีความสำคัญเพราะปัจจุบันผู้ใช้งานไม่ได้สนใจเพียงประโยชน์การใช้งานเท่านั้น แต่ต้องมีรูปโฉมที่สวยและสามารถโชว์ได้ด้วย โดยในอนาคตจะมีการพัฒนาการผลิตชิ้นงานด้วยการนำกระจกเข้ามาผสมผสานกับงานสเตนเลส ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเครื่องดูดควัน 

เนื่องจากมีคุณสมบัติในการทำความสะอาดได้ง่าย และเป็นวัสดุที่ไม่มีรูพรุน ฉะนั้นจึงไม่มีปัญหาในเรื่องการสะสมของคราบสกปรกต่างๆ แต่ก็ขึ้นอยู่กับเกรดของสเตน เลสด้วย ซึ่งสเตนเลสเกรด 304 ที่นำมาใช้ผลิตนี้มีคุณสมบัติที่สามารถทนต่อไอน้ำ ไอเค็ม ไม่เป็นสนิมและแม่เหล็กดูดไม่ติด เหมาะสำหรับทำเครื่องครัวโดยเฉพาะ และมีลายเส้นของสเตนเลสเป็นลายด้านที่มีลักษณะเหมือนขนแมว ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปเพราะนิยมเครื่องดูดควันขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากคนนิยมทำอาหารรับประทานเองมากขึ้น ส่วนของห้องครัวมักเป็นเนื้อที่ที่เปิดต่อเนื่องไปจนถึงส่วนที่รับประทานอาหารและห้องนั่งเล่น ฉะนั้นการเลือกใช้เครื่องดูดควันที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้บริโภค โดยขนาดของเครื่องดูดควันที่ผลิตอยู่ทุกวันนี้มีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 1.50 เมตร, 1.80 เมตร ไปจนถึง 2.20 เมตร

“ระบบของเครื่องดูดควันจะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือระบบหมุนเวียนที่เหมาะสำหรับครัวภายในคอนโดมิเนียม เวลาติดตั้งจะไม่มีทางสำหรับการเจาะปล่อยท่อให้ระบายควันออกไปภายนอกอาคารหรือนอกห้อง แต่จะใช้แผ่นคาร์บอนสำหรับให้อากาศหมุนเวียน ส่วนแบบที่ 2 เป็นแบบเจาะปล่อยระบายควันออกไปภายนอก ซึ่งมีหลายระบบ เช่น ระบบดักกรองที่มีตั้งแต่แผ่นใยสังเคราะห์ ฝอยอะลูมิเนียม และระบบฟิลเตอร์สเตนเลสรางสลับตัว U ประกบ

ทุกวันนี้กระแสของผู้บริโภคมีความต้องการเครื่องดูดควันที่มีกำลังแรงมาก จึงมีการแยกมอเตอร์มาติดตั้งไว้ที่ปลายทางด้านนอกเพื่อที่จะใช้มอเตอร์ขนาดใหญ่ขึ้นแรงดูดมากขึ้น แบ่งเป็นเครื่องดูดควันระบบมอเตอร์แยกติดตั้งภายนอก โดยเครื่องดูดควันของมักกะสันสเตนเลสจะมีการเจาะปล่องปล่อยระบายควันในระบบสเตนเลสรางสลับและระบบมอเตอร์ติดตั้งภายนอกครัว ส่วนเตาที่ทำตลาดภายใต้เบรนด์ By Hooth จะเน้นคอนเซ็ปต์เช่นเดียวกับเครื่องดูดควันที่ตอบสนองผู้ใช้ครัวไทย โดยโครงสร้างของเตาบริเวณหน้า TOP จะเป็นสเตนเลสทั้งหมดที่มีคุณสมบัติไม่มีรูพรุน ส่วนลักษณะหัวเตาผลิตจากเหล็กหล่อแข็งแรงทนทานเก็บความร้อนได้นาน และเน้นการรับน้ำหนักของภาชนะทุกขนาด ส่วนระบบจุดติดเป็นแบบ Magnetic จุดติดในตัว และลักษณะพิเศษของเตาจะเป็นเตาหัวฟู่ ซึ่งแบ่งออกเป็นเตาแรงดันต่ำที่jให้ความร้อน 20,000 บีทียู/ชั่วโมง แยกควบคุมเตาวงในและวงนอกได้ สามารถเลือกเปิดเฉพาะเตาวงในได้ตามต้องการ เหมาะใช้อุ่นหรือตุ๋นอาหาร ส่วนเตาแรงดันสูงจะให้ความร้อนสูงถึง 50,000 บีทียู/ชั่วโมง เหมาะสำหรับทอดอาหารเลือกปรับระดับความแรงได้ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวของ “เตาและเครื่องดูดควัน” อุปกรณ์คู่ครัวที่ต้องทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะครัวฝรั่งหรือครัวไทย หากพิจารณาให้ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งาน เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ห้องครัวบ้านคุณมีความสวยงามอย่างลงตัวแล้วล่ะค่ะ...

Tips :
ข้อแนะนำในการใช้เตาไฟฟ้า

- ใช้ภาชนะที่มีความหนาพอสมควรและลักษณะก้นแบนเพื่อรับความร้อนได้ดี
- ใช้ภาชนะที่มีขนาดเท่ากับหรือใหญ่กว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของหัวเตาเพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน
- ไม่ควรเปิดเตาไฟฟ้าทิ้งไว้ และควรปิดเตาก่อนประกอบอาหารเสร็จเล็กน้อย เนื่องจากเตายังมีความร้อนเพียงพอที่จะทำอาหารเสร็จ บางครั้งอาจใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมงกว่าที่เตาจะเย็น
- ทำความสะอาดหลังการใช้ทุกครั้ง เพื่อยืดอายุการใช้งาน

วิธีการดูแลรักษา

- เตาเพลตไฟฟ้า เมื่อโดนความร้อนมากๆ ตัวพื้นจะแห้ง ในการใช้งานต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อให้สารเคลือบมีอายุการใช้งานยาวนาน หลังใช้งานให้ใช้ฟองน้ำชุบน้ำมันพืชและชโลมทิ้งไว้เหมือนทาโลชั่นสักพัก แล้วใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดปกติ
- เตาเซรามิก ควรใช้อุปกรณ์ที่ให้มาพร้อมกับชุดเตาในการขูดคราบสกปรกออก จากนั้นใช้น้ำสะอาดเช็ดทำความสะอาดอีกครั้งหนึ่ง 
- เตาแก๊ส ใช้น้ำสบู่เจือจางเช็ดทำความสะอาด ในส่วนของหัวอัลลอยด์ไม่จำเป็นต้องถอดออกมาล้างทุกครั้ง วิธีการขึ้นอยู่กับความสกปรกของตัวหัว ถ้าไม่มีเศษอาหารตกค้างลงไปก็ไม่จำเป็นต้องล้าง

การเลือกเครื่องดูดควัน

ต้องเลือกให้มีขนาดใหญ่กว่าเตาเพื่อให้ครอบคลุมเตาได้ทั้งหมด เพราะในขณะที่ใช้งานควันที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะกระจายตัวออก ฉะนั้นเครื่องดูดควันจึงมีความจำเป็นต้องใหญ่กว่า เพื่อจะได้สามารถมีแรงดูดควันให้กลับมาในพื้นที่ได้ทั้งหมด จากนั้นให้พิจารณาเรื่องเตาที่ใช้ควบคู่ไปด้วย เช่น ถ้านานๆ ทำอาหารสักครั้ง ควรเลือกเครื่องดูดควันแบบระบบหมุนเวียน แต่ถ้าชอบทำอาหาร เข้าครัวบ่อยๆ ควรเลือกใช้เครื่องดูดควันระบบ 1 หรือ 2 มอเตอร์ สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ตามมาคือ ช่องทางการเดินท่อ ถ้ามีที่เจาะท่อระบายควันออกไปด้านนอก แนะนำให้ใช้เครื่องดูดควันแบบระบายควันออกด้านนอก สำหรับครัวในคอนโดมิเนียม อาจจำเป็นต้องติดตั้งเครื่องดูดควันแบบระบบหมุนเวียนหรือถ้าเป็นบ้านที่มีพื้นที่จำกัดก็สามารถเลือกแบบมอเตอร์แยกติดตั้งไว้นอกห้องครัวเพื่อให้ได้แรงดูดที่ดียิ่งขึ้น ส่วนแรงดูดของมอเตอร์ ระบบดักกรอง ถ้าใช้เตาขนาดใหญ่หรือลักษณะการเดินท่อที่ยาวมาก ควรใช้จำนวนมอเตอร์ที่มากขึ้น เช่น 2 ตัว 3 ตัว หรือแบบที่แยกติดตั้งไว้ด้านนอก สำหรับความสวยงามนั้นขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนบุคคลว่าชอบรูปทรงแบบไหน ชอบวัสดุที่ทำจากอะไร แต่หลักการเลือกเครื่องดูดควันที่สำคัญ คือ จุดประสงค์ของการใช้งาน โดยเครื่องดูดควันนั้นต้องดูดควันได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้ในระยะยาวและสิ่งควรคำนึงถึงในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า คือ บริการหลังการขาย เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดจะมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างนาน จึงอาจจะต้องมีการซ่อมบำรุงหรือตรวจเช็ก จึงควรเลือกซื้อเครื่องที่มีบริการหลังการขายที่ดีน่าเชื่อถือและไว้ใจได้

 

 


แหล่งที่มา : www.atkitchen.com
จำนวนคนอ่าน : 22916 คน

บทความที่ใกล้เคียงกัน :

ไอเดียมาใหม่ใน ""

Topics 1161 - 1180 of 1943

ชมไอเดีย "" ทั้งหมด