ออกแบบบ้านด้วยตัวเอง ( ตอนที่ 1)

23 ก.ย. 2554

ออกแบบบ้านด้วยตัวเอง ( ตอนที่ 1)

 

การที่จะออกแบบ หรือจัดพื้นที่ให้กับบ้านในฝันของคุณ ไม่ใช่เรื่องยากและน่ากลัวเลยสักนิด ตรงกันข้ามการที่คิดออกแบบหรือจัดวางพื้นที่ จะช่วยให้มีความเข้าใจในเรื่องของ floor plan (ผังที่มองจากด้านบน) และ elevations (ผังที่มองจากด้านหน้า) ของบ้านได้เป็นอย่างดี ซึ่งส่วนมากบทสรุปพื้นฐานของการออกแบบมักจะลงเอยด้วยการตอบโจทย์ที่ว่า “ คุณชอบที่จะใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของคุณอย่างไร ”

ขั้นแรกของการจัดพื้นที่ คือ การตัดสินใจว่าจะใช้พื้นที่ใช้สอยที่มีอยู่นั้นทำอะไรบ้าง คำว่า 
“ ห้อง ” ถือเป็นคำตอบที่สำคัญ เพราะหากจะมีบ้านสักหลัง สิ่งที่คุณคิดถึงก่อนเป็นอันดับแรก คือ จะมีห้องนอนและห้องน้ำสักกี่ห้องภายในบ้าน แต่ห้องอื่นๆ ที่อยู่ในความใฝ่ฝันล่ะ เช่น ห้องเก็บไวน์ใต้ดิน ห้องแต่งตัว ห้องยิมส่วนตัว หรือแม้กระทั่งห้องสำหรับพี่เลี้ยงเด็ก ก็เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามไป เพราะหากมีการออกแบบและจัดพื้นที่ที่ดีแล้ว บางทีความใฝ่ฝันก็อาจกลายเป็นจริงขึ้นมาได้อย่างไม่ยากเลย คำแนะนำคือ จดบันทึกห้องที่คุณปรารถนาจะมีในชีวิตของคุณทั้งหมดเอาไว้ แม้ว่าอาจจะไม่สามารถสร้างบ้านที่มีทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการได้จากงบประมาณและพื้นที่ใช้สอยที่มีอยู่ แต่มันจะทำให้คุณสามารถจินตนาการภาพทั้งหมดของบ้านในฝันได้ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องใช้ภาพเหล่านี้ในการทำงานของนักออกแบบตกแต่งภายในต่อไป แล้วคุณจะประหลาดใจเมื่อพบว่า หากมีการเปลี่ยนโครงสร้างภายในบ้านสักเล็กน้อย โดยนักออกแบบตกแต่งภายในที่มีทักษะสูงแล้ว จะสามารถสร้างสรรค์ห้องต่างๆ ภายในบ้านได้สมดังใจปรารถนาของคุณได้มากยิ่งขึ้น

Blueprint (พิมพ์เขียว) จะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในขั้นต่อไป คุณจะได้เห็นภาพร่างของบ้าน เห็นแบบร่างของห้องต่างๆ บน lay out ที่แตกต่างกันไปตามจินตนาการและความต้องการ บ่อยครั้งที่มีการตัดทอนหรือเพิ่มเติมห้องนั้นห้องนี้อยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ใช่เรื่องที่น่าวิตกกังวล เพราะในที่สุดแล้วการลองออกแบบจากการสมมุติสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป จะช่วยทำให้คุณสามารถค้นพบแปลนที่ลงตัวที่สุดได้ ซึ่งการออกแบบตกแต่งภายในถือเป็นหัวใจสำคัญในขั้นตอนนี้ เพราะมันจะช่วยในการสร้างภาพร่างในฝันให้กลายเป็นจริงขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

งบประมาณก็เป็นสิ่งที่สำคัญต้องคำนึงถึง หากมีคำถามเกี่ยวกับงบประมาณที่คุณมีสำหรับการสร้างบ้านแล้ว มักจะได้รับคำตอบที่ไม่ตรงกับความจริงเสมอ คุณมักจะตอบเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าคุณ “ รวย ” กว่าที่เป็น แต่ในความจริงแล้วคุณจะต้องยอมรับกับสิ่งที่คุณมี และสิ่งที่คุณเป็น คุณต้องกลับมาเผชิญหน้ากับโลกแห่งความเป็นจริง ความจริงที่ว่าคุณจะต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่มีอยู่ในกระเป๋ากับการสร้างบ้านในฝัน ซึ่งงบประมาณมักจะบานปลายเป็น 2 เท่ากว่าที่คาดคิดไว้เสมอ นับว่ายังดีที่จนถึงขั้นนี้แล้วยังไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นคุณจะต้องทำงบประมาณจากพื้นฐานที่แท้จริงเท่านั้น และให้สถาปนิกหรือผู้รับเหมาของคุณ จัดทำตารางการทำงานให้ชัดเจน ที่สำคัญต้องแสดงให้เห็นว่าสิ่งไหนที่คุณต้องเสียเงิน และต้องเสียเงินเป็นจำนวนเท่าไหร่

หากคุณเริ่มทำงานสร้างบ้านกับสถาปนิกหรือนักออกแบบตกแต่งภายใน เขาจะวาด elevations (ผังที่มองจากด้านหน้า) ในทุกห้อง เพื่อให้คุณเข้าใจถึง vertical space (พื้นที่ในแนวตั้ง) และ horizontal elevation (ผังในแนวนอน) ได้ง่ายขึ้น มันจะแสดงถึงโครงสร้างต่างๆ ภายในบ้าน เช่น เครื่องปรับอากาศ ประตู หน้าต่าง และของตกแต่งทั้งหลาย เช่น ม่าน ไฟผนัง เฟอร์นิเจอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย elevations จะทำให้คุณให้รู้สึกเหมือนกับว่าคุณกำลังเดินอยู่รอบๆ ห้องนั่นเลยทีเดียว และที่สำคัญมันจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิด เช่น เก้าอี้ที่มีที่เท้าแขนที่คุณถูกตาต้องใจอาจไม่เหมาะสมกับชุดโต๊ะรับประทานอาหารที่คุณซื้อมาแล้ว หรือการสร้างตู้ที่มีลิ้นชักในห้องนอนโดยคิดไม่ถึงว่าเมื่อเปิดลิ้นชักออกมามักจะกระทบกับตู้ข้างเตียงเสมอ blueprint (พิมพ์เขียว) และ elevations ที่ร่างขึ้นใน scale (สัดส่วน) ที่ถูกต้อง จะทำให้คุณไม่สับสน ภาพร่างเฟอร์นิเจอร์ใน scale ที่ถูกต้องกลับจะทำให้สามารถออกแบบ physical (กายภาพ) ภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

การออกแบบบ้าน ก็เหมือนกับการออกแบบเสื้อผ้า คุณจะคิดจินตนาการไปต่างๆ นานา เช่น จะวางของตกแต่งในบ้านอย่างไร ไปจนถึงชอบทำอาหารอย่างไร การวางแผนมักจะฟังดูน่าเบื่อ แต่ความจริงแล้ว การวางแผนเป็นเหมือนเครื่องมือวิเศษที่จะทำให้บ้านในฝันของคุณกลายเป็นจริงขึ้นมาได้ คุณสามารถแก้ไขปัญหาของการจัดพื้นที่ คุณสามารถคิดเกี่ยวกับพื้นที่ส่วนตัว อาจเริ่มต้นจากการที่คุณเก็บรวบรวมแผ่นพับโฆษณา ภาพในคอลัมน์โปรด หรืออื่นๆ ที่ชอบ เก็บสะสมไว้ในแฟ้ม แยกเป็นห้องละแฟ้ม ห้องนอนและห้องแต่งตัวรวมกันได้ อย่าลืมว่าการออกแบบระหว่างพื้นที่ที่สัมพันธ์กันนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อคุณเลือกได้พอใจแล้ว คุณจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการ จากเครื่องตกแต่งบ้านและการจัดแสง นำไปสู่เทคโนโลยีและศิลปะ มันเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะต้องคำนึงถึงทุกสิ่งทุกอย่างภายในห้องให้มีความกลมกลืนและเหมาะสม ถ้าหากคุณต้องการที่จะสร้างพื้นที่ๆ ทั้งสามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความสวยงามอยู่ในตัวเอง

 

ห้องรับแขก 

ห้องรับแขก เรียกได้ว่าเป็นพลังขับเคลื่อนภายในบ้านของคุณเลยทีเดียว การตกแต่งภายในห้องจะสะท้อนให้แขกผู้มาเยี่ยมเยียนเห็นถึงความเป็นตัวตนที่แท้จริงของคุณ ในขณะเดียวกันก็ให้ความเป็นส่วนตัวในยามที่คุณต้องการพักผ่อน ดังนั้นคุณต้องสรรหา “ เก้าอี้ที่สะดวกสบายที่สุด ” มาไว้ในห้องนี้ เพื่อรองรับกับกิจกรรมที่หลากหลายแตกต่างกันไป อาทิ การนั่งดูโทรทัศน์ในยามว่าง การนั่งคุยกับเพื่อนสนิท หรือแม้กระทั่งการนั่งดื่มไวน์สังสรรค์เฮฮากับเพื่อนร่วมงาน แต่คุณจะต้องไม่ลืมว่า ห้องนี้จะต้องใช้ในกิจกรรมอื่นๆ ของสมาชิกในครอบครัวด้วย ห้องรับแขกจึงเป็นห้องที่ต้องมีความ “ ยืดหยุ่น ” เพียงพอที่จะปรับเปลี่ยนให้มีความเหมาะเจาะสอดคล้องกับความต้องการทั้งหมดของคนในครอบครัว

สิ่งสำคัญที่สุดภายในห้องรับแขก คือ “ ที่นั่ง ” คุณควรพิถีพิถันในการเลือกซื้อโซฟา หรือ armchair ( เก้าอี้ที่มีที่เท้าแขน) ภายในห้องรับแขก ให้เหมือนกับการเลือกซื้อเตียงนอนภายในห้องนอน เพราะว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกสร้างมาอย่างดีที่สุดเท่านั้น จึงจะสามารถรองรับการใช้งานอย่างหนักได้ และสิ่งที่คุณไม่ควรละเลยในการออกแบบตกแต่งห้องรับแขกหรือห้องใดๆ ก็ตาม คือ Floor Plan (ผังที่มองจากด้านบน)

ถ้าไม่มี Floor Plan คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณจะต้องซื้อโซฟาขนาดใหญ่แค่ไหนถึงจะเหมาะสม หรือ จะซื้อโต๊ะกาแฟสักกี่ที่นั่งถึงจะดี Floor Plan จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดให้กับคุณ มันจะแสดงให้คุณเห็นทั้งพื้นที่ในด้าน Negative (ลบ) และพื้นที่ในด้าน Positive (บวก) การจัดวางพื้นที่ภายในห้องนั้น ขั้นแรกคุณต้องจัดวางเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นลงไป ขั้นที่สองคือคุณต้องมีพื้นที่ที่เหลืออยู่โดยรอบเฟอร์นิเจอร์ เพื่อทำให้การเคลื่อนไหวภายในห้องเป็นอิสระ และต้องมั่นใจว่าเฟอร์นิเจอร์จะไม่ไปกีดขวางทางเข้าออกของห้อง การวาด Floor Plan ขึ้นมาจะช่วยให้คุณสามารถจินตนาการเห็นถึงกิจกรรมภายในห้อง เพื่อที่คุณจะได้จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสม เวลาที่คุณจัดห้องพยายามหลีกเลี่ยงการวางที่นั่งด้านหน้าโทรทัศน์ การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์รูปทรงตัว L หรือรูปทรงตัว U จะช่วยคุณแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งมันยังนำสายตาแขกผู้มาเยี่ยมเยียนไปสู่จุดสนใจที่คุณต้องการโชว์ เช่น มุมเตาผิงไฟ ได้อีกด้วย

สำหรับการตกแต่งภายในที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี เช่น โทรทัศน์ คุณจะต้องตัดสินใจด้วยตัวคุณเองว่าคุณต้องการจะโชว์หรือปกปิดมันเอาไว้ บางทีคุณอาจคิดว่า “ ฉันชอบที่จะโชว์เทคโนโลยี เพราะนี่คือศตวรรษที่ 21 และฉันชอบที่จะใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันมากกว่าในอดีต ” แต่อย่างไรก็ตาม โทรทัศน์ ดีวีดี หรือระบบเสียงรอบทิศทาง ไม่สามารถมีอิทธิพลเหนือการตกแต่งไปได้ ในทางกลับกันการสร้างชั้นวางหรือตู้วางของที่เหมาะสมนั้น จะช่วยผสมผสานเทคโนโลยีให้เข้ากันได้อย่างกลมกลืนกับเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง เสมือนเป็นงานตกแต่งชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว

ห้องรับแขก เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของบ้าน เป็นห้องที่คุณจะต้องมีของประดับประดาตกแต่งที่สวยงาม เพื่อดึงดูดใจสายตาทุกคู่ของผู้มาเยี่ยมเยียนให้เกิดความประทับใจ และควรจะมีสิ่งของตกแต่งให้มองเห็นได้จากในทุกที่ภายในห้อง ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางงานศิลปะบนโต๊ะข้างโซฟา ไปจนถึงการตกแต่งชั้นวางของด้วยงานสะสมด้านศิลปะ คุณต้องพึงระลึกไว้เสมอว่าการที่คุณทุ่มเทแรงการแรงใจทั้งหมดในการตกแต่งห้องรับแขกนั้น ไม่ใช่เพียงเพื่อความสบายทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเพื่อความสวยงามและประทับใจทางสายตาอีกด้วย

 


แหล่งที่มา : www.bareo-isyss.com
จำนวนคนอ่าน : 16845 คน

บทความที่ใกล้เคียงกัน :

ไอเดียมาใหม่ใน "Decor Idea"

ชมไอเดีย "Decor Idea" ทั้งหมด