ชี้จุดอุบัติเหตุภายในบ้าน

3 ก.ย. 2557

สาระน่ารู้

      ไม่ใช่เรื่องความเชื่อหรือมีหมอดูมาทักว่าบ้านหลังนี้อยู่แล้วจะโชคร้าย แต่อุบัติเหตุในบ้านเกิดได้ทั้งจากความไม่ระมัดระวังของผู้อยู่อาศัยและความผิดพลาดของการออกแบบ รวมถึงช่างรับเหมาที่ก่อสร้างอย่างเผอเรอ ซึ่งอาจกลายเป็นค้นเหตุทำให้เจ็บตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงมีโอการเสียชีวิตได้เหมือนกัน ซึ่งบทความนี้จะช่วยชี้ให้เห็นจุดเกิดเหตุอันตรายยอดฮิต 8 จุดในบ้าน ซึ่งคุณสามารถเตรียมการป้องกันไว้ก่อนได้ด้วยการออกแบบเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุภายในบ้านค่ะ

 

l1+.jpg

1. เหตุเกิดที่บันได
        เป็นจุดเกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุด เพราะแคบและเป็นพื้นที่ต่างระดับ แม้กฎหมายจะระบุขนาดของลูกนอนและลูกตั้งไว้แล้ว แต่ในการใช้งานจริง ขนาดดังกล่าวอาจเล็กเกินไป ดังนั้นควรออกแบบให้เหมาะกับแต่ละบ้านจะดีกว่า โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ นอกจากนี้ก็อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องวัสดุที่ใช้ด้วย


    1.1 ราวบันได หากมีเด็กเล็กในบ้าน การใช้ราวบันไดแบบปิดทึบปลอดภัยที่สุด เพื่อป้องกันการลอดผ่านซี่ลูกกรง แต่หากเลือกใช้แบบลูกกรง ลักษณะแบบกลมมนจะช่วยลดการบาดเจ็บได้

    1.2 ลูกตั้ง ความสูงของลูกตั้งต้องสัมพันธ์กับขนาดของลูกนอน เพราะอุบัติเหตุมักเกิดจากการสะดุดความสูงเฉลี่ยที่ต่างกันในแต่ละขั้น ในช่วงขั้นแรก ๆ (ด้านล่าง) และขั้นสุดท้าย (ด้านบน)

    1.3 ลูกนอน ความกว้างที่พอดีไม่ควรต่ำกว่า 25 เซนติเมตร เพราะสามารถเหยียบได้เต็มเท้า ผิววัสดุก็ต้องเรียบแต่ไม่ลื่น เช่น พื้นไม้ พื้นปูนซิเมนต์ขัดมัน และพื้นกระเบื้อง

    1.4 จมูกบันได นอกจากช่วยเพิ่มความกว้างของลูกนอนแล้ว ยังช่วยป้องกันการลื่นไถลขณะก้าวเดิน รูปแบบของจมูกบันไดมีได้ทั้งการเซาะร่องเพื่อกันลื่นและใช้วัสดุชนิดเดียวกับลูกนอนแต่ทำผิวหยาบ ควรตกแต่งส่วนปลายให้โค้งมน ลดมุมแหลม

    1.5 ไฟพื้น เพิ่มไฟตามขั้นบันไดในกรณีที่ทางเดินมืดทึบ แต่ควรออกแบบไว้แต่แรก เพราะจะสามารถเก็บซ่อนไฟให้เสมอกับขอบบันไดได้โดยไม่ยื่นเกะกะ

    1.6 สวิตช์ไฟ ลดการเดินขึ้น-ลงบันไดเพื่อปิดไฟด้วยการติดสวิตช์ส่องทางไว้ทั้งด้านบนและด้านล่าง

    1.7 ทางขึ้น-ลง หาที่กั้นปิดทางไว้ตั้งแต่บริเวณขึ้น-ลง เป็นการกันไว้ดีกว่าแก้ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก

 

2. เหตุเกิดที่สวิตช์และปลั๊กไฟ
         
ควรหมั่นตรวจเช็กอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านเสมอๆและเปลี่ยนทุก78ปีการแยกระบบไฟฟ้าไว้อย่างดีตั้งแต่แรกจะช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันได้

l8.jpg
 

    2.1 เมนสวิตช์  เข้าถึงง่าย ระบายอากาศได้ดี และห่างจากวัสดุที่ติดไฟ เช่น ผ้า กระดาษ และสารไวไฟ

    2.2 เมนสวิตช์ ควรแยกวงจรเฉพาะระบบไฟฟ้าชั้นล่างออกต่างหากช่วยให้ตัดไฟได้สะดวกกรณีที่มีน้ำท่วมขัง

    2.3 สวิตช์เปิด-ปิด  หากสวิตช์มีรอยร้าวหรือแตกควรเปลี่ยนใหม่ทันที และไม่ติดตั้งในส่วนที่ชื้นแฉะ กรณีที่ติดตั้งอยู่นอกตัวบ้าน ควรเลือกใช้สวิตช์แบบมีฝาครอบ

    2.4 เต้ารับ ติดตั้งให้เพียงพอกับการใช้งานในแต่ละจุด ลดการลากสายไฟระโยงระยางไปทั่วบ้าน อีกทั้งการใช้ไฟจุดเดียวพร้อมกัน อาจะเกิดความร้อนจากการใช้ไฟเกินขนาดได้

    2.5 ความสูงของสวิตช์ + ปลั๊ก สวิตช์และปลั๊กควรสูงจากพื้นประมาณ 90 เซนติเมตร ป้องกันเวลาน้ำท่วมบ้านและสูงพ้นมือเด็ก

    2.6 เต้าเสียบ หากเต้ารับอยู่ในตำแหน่งที่เด็กเอื้อมมือถึง ควรหาเต้าเสียบหลอกทำจากพลาสติกทนความร้อนมาเสียบไว้ มือเด็กจะได้ไม่พลาดไปโดน

    2.7 สายไฟ ไม่ควรเดินสายไฟไว้ที่พื้นลอย ๆ เพราะอาจถูกเฟอร์นิเจอร์ทับ ควรซ่อยไว้ในผนังหรือร้อยผ่านท่อ EMT เพื่อความปลอดภัยและช่วยยืดอายุการใช้งาน

3. เหตุเกิดที่ประตู
        
ควรเลือกใช้บานประตู ประตูบานเลื่อน และประตูบานเฟี้ยมที่กั้นทางเข้า-ออกภายในบ้านให้เหมาะกับพื้นที่ ซึ่งแต่ละบานหนักเป็นสิบ ๆ กิโลกรัม หากติดตั้งไม่ดีอาจใช้งานลำบากและเกิดอุบัติเหตุได้ ไม่ว่าจะเป็นโดนประตูหนีบ ประตูตีกลับ ชนประตู ขังตัวเอง หรือประตูตกร่อง

 

l3+.jpg


    3.1 โช้กอับ โช้กอับเป็นอุปกรณ์ช่วยกันประตูหนีบมือและป้องกันการเกิดเสียงดังรบกวนได้ดี เหมาะกับส่วนที่ใช้งานประจำ

    3.2 บานพับ บานประตูโครงไม้อัดทั่วไปควรติดบานพับ 4 จุด (ค่อนไปทางด้านบนของประตู 2 จุด) เพื่อช่วยรับน้ำหนักและเปิดง่าย เบามือ

    3.3 ลูกบิด สำหรับห้องที่ไม่มีของสำคัญหรือเด็กอยู่ด้วย ควรใช้ระบบล็อกแบบที่สามารถใช้เหรียญไขล็อกได้ (มีให้เลือกทั้งแบบลูกบิดและก้านโยก) เผื่อกรณีฉุกเฉิน หาแม่กุญแจไม่เจอ

    3.4 ตัวหยุดประตู หากเป็นบานประตูที่ต้องเปิดค้างเป็นประจำ เช่น ประตูหน้าบ้าน ประตูหลังบ้าน ควรมีตัวหยุดประตูติดกับผนังหรือพื้น ป้องกันประตูตีกลับ หากส่วนของประตูมีพื้นที่พอ อาจใช้แบบแม่เหล็กติดผนัง แต่ถ้าในบริเวณนั้นมีลมแรง ควรใช้แบบตัวขอเกี่ยว จะมั่นคงกว่า

    3.5 ซ่อนกระจก สำหรับประตูตรงส่วนทางเดินที่มักใช้เข้า-ออกทั้งสองทาง ควรมีช่องโปร่งให้เห็นได้บ้าง กันการเปิดกระแทกพร้อมกันสองด้าน

    3.6 มือจับ  มือจับแบบฝังใน บานประตูเหมาะจะใช้กับพื้นที่เล็ก ๆ แคบ ๆ เพราะช่วยให้ไม่เกี่ยวหรือชนกับมือจับ

 

4. เหตุเกิดที่ห้องน้ำ
       
ถ้าแยกส่วนอาบน้ำและส่วนสุขภัณฑ์ออกเป็น 2 ห้องอาจช่วนลดการเกิดอุบัติเหตุ เพราะเป็นการแยกส่วนเปียกและแห้งอย่างชัดเจน เหมาะกับบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุซึ่งต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

l6+.jpg
    4.1 เครื่องทำน้ำอุ่น ต้องเดินสายดินทุกครั้ง โดยยึดติดฝาหลังที่เป็นโลหะกับผนังปูน จะช่วยลดอันตรายจากไฟรั่วได้ หรือติดตั้งเบรกเกอร์พิเศษเฉพาะเครื่องทำน้ำอุ่นที่สามารถตัดได้ทั้งไฟเกิน ไฟรั่ว และไฟดูด

    4.2 ฝักบัว ติดให้ต่ำกว่าหรือหันออกจากเครื่องทำน้ำอุ่น และไม่ควรพับหรืองอสาย เพราะอาจทำให้เกิดกระแสไฟฟ้ารั่วได้

    4.3 พื้นส่วนอาบน้ำ กระเบื้องโมเสกที่มีร่องยาแนวค่อนข้างมากจะช่วยเพิ่มแรงเสียดทานให้เท้าเวลาโดนน้ำ

   4.4 สุขภัณฑ์ ชักโครกแบบนั่งเหมาะกับบ้านที่มีผู้สูงอายุ พื้นบริเวณนี้ควรจะแห้งเสมอหรือมีแผ่นยางรองลื่น

   4.5 ราวจับ ควรออกแบบราวจับให้อยู่ใกล้โถสุขภัณฑ์และส่วนอาบน้ำ แนะนำราวจับแบบนุ่มเหนียวติดมืออย่างพอลิเมอร์ จะช่วยให้จับแน่น ถนัดมือดี

   4.6 ไฟและช่องแสงไฟเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับห้องน้ำทั้งในตอนกลางวันและกลางคืน หลอดประเภทเดย์ไลท์หรือคูลไวท์จะช่วยให้ห้องดูสว่างสะอาดตา

   4.7 ต่างระดับ ในบริเวณที่มีระดับพื้นต่างกัน ควรติดราวจับเพิ่มเติมตรงผนังหรือบริเวณเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ

   4.8 พื้นส่วนแห้ง เรียบ แต่มีเท็กซ์เจอร์ เช่น พื้นไม้ พื้นกระเบื้องพอร์ชเลน ผิวด้าน

 
5. เหตุเกิดที่ครัว
        
จุดรวมความเสี่ยงนี้เต็มไปด้วยของมีคม เครื่องใช้ไฟฟ้า และถังเเก๊ส การออกแบบให้ครัวเรียบและเกลี้ยงจึงจะถือว่าปลอดภัยที่สุด โดยลดส่วนที่ยื่นเกะกะขวางทางและควรมีที่เก็บของเยอะ ๆ ด้วย

 
l5+.jpg
 

   5.1 ตู้แขวน ส่วนปรุงอาหารและส่วนล้างจานไม่ควรติดตั้งตู้เเขวน เพราะจะเกะกะการทำงานและชนได้ง่าย

   5.2 ตู้เย็นและไมโครเวฟ เว้นพื้นที่โดยรอบให้ระบายอากาศได้ดี ลดการยื่นเกะกะขวางทางเดิน

   5.3 เคาน์เตอร์ หากมีพื้นที่ทางเดินแคบ ๆ ระหว่างเคาน์เตอร์ ควรเปลี่ยนขอบเคาน์เตอร์ให้โค้งมน ลดมุมฉากแหลม ๆ เว้นส่วนด้านล่างกันเตะโดนไว้สูงประมาณ 10-15 เซนติเมตร

   5.4 เตาเเก๊ส วางในที่เย็น อากาศถ่ายเทสะดวก สะอาด ห่างจากแหล่งอาศัยของสัตว์ไม่พึงประสงค์ หากวางไว้นอกครัวแล้วต่อสายเข้ามาจะปลอดภัยกว่า แต่ควรใกล้มือและอยู่ในสายตาเพื่อเปิด-ปิดวาล์วแก๊สได้สะดวก

   5.5 ที่เก็บมีด เก็บมีดไว้ด้านในสุดของเคาน์เตอร์ครัว หรือเก็บในช่องเก็บมีดแนวนอน วางในลิ้นชักชั้นแรกที่มีแสงสว่างส่องถึงเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนเวลาหยิบใช้งาน

   5.6 ก๊อกน้ำ ก๊อกควรสูงจากอ่างประมาณ 1 คืบ (ประมาณ 15 เซนติเมตร) กันการกระแทกระหว่างล้างจาน

    5.7 อ่างล้างจาน ควรออกแบบให้ส่วนก้นของอ่างล้างจานมีความลึกสักหน่อยเพื่อกันน้ำกระเด็นลงพื้น และเผื่อพื้นที่คว่ำจานใกล้ ๆ อ่าง โดยทำพื้นลาดและท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำขัง

    5.8 ถังดับเพลิง ควรเตรียมถังดับเพลิงไว้บริเวณทางออกครัว เผื่อฉุกเฉินเกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้

    5.9 พื้น ใช้วัสดุเรียบแต่ไม่ควรลื่นและรองด้วยผ้าปูพื้นในบริเวณล้างจานเพื่อกันลื่น

6. เหตุเกิดที่เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง
          แม้จะอยู่ในบ้าน แต่เก้าอี้ โต๊ะ หรือตู้ ก็อาจเป็นสาเหตุให้เราประสบอุบัติเหตุได้หากไม่ระวัง เช่น ชนขาโต๊ะ ชนตู้ การจัดเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นระเบียบและมีเท่าที่จำเป็นก็จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ทางหนึ่ง

 

l7.jpg


    6.1 ตู้ลอย ส่วนมุมหรือขอบควรเป็นชั้นวางโค้งแบบโปร่ง ๆ หรือเว้นตู้ลอยในส่วนนี้ไว้

    6.2 ท็อปกระจกโต๊ะกลางไร้ขอบ บ้านที่มีเด็กเล็กไม่ควรใช้โต๊ะกลางที่มีท็อปเป็นกระจกไร้ขอบหากที่บ้านมีพื้นที่แคบจริง ๆ อยากเลือกใช้กระจกท็อปกระจก ขอให้เลือกแบบมีขอบจะดีกว่า

    6.3 ขาตู้ ขาเก้าอี้โยก พื้นที่แคบ ๆ ไม่ควรใช้เฟอร์นิเจอร์ขาโปร่งหรือโยกได้

    6.4 พรม ปูพรมหรือเสื่อเฉพาะส่วนที่มีการใช้งานบ่อย ๆ เช่น ส่วนนั่งเล่น จะช่วยกันของตกกระแทกพื้นและกันลื่นด้วย

 

7.เหตุเกิดที่หน้าต่าง 
         
นอกจากเป็นช่องให้แสงและลมเข้าสู่ภายในบ้านแล้ว หน้าต่างยังเป็นจุดอันตรายจุดหนึ่งในบ้านเลยทีเดียว โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็ก บางครั้งอาจเผลอชนจนตกลงไป หรือบางครั้งหากเกิดลมแรง ๆ ก็อาจพัดให้หน้าต่างเปิด-ปิด ก่อให้เกิดอันตรายได้ เช่นกัน

 

l4++.jpg

    7.1 ราวกันตก  สำหรับหน้าต่างบานเลื่อนหรือบานเปิดเต็มถึงพื้นของบ้านชั้นสองขึ้นไป ควรกั้นราวกันตกให้สูงสักประมาณ 90-11 เซนติเมตรเพื่อความปลอดภัย

    7.2 กันชนหน้าต่าง กันชนยางหรือแม่เหล็กช่วยป้องกันบานเลื่อนกระแทกกับวงกบได้ โดยหากเลื่อนเปิด-ปิดแรง ๆ คงติดตั้งวันหยุดไว้ในวงกบด้วย

    7.3 ตัวล็อก หน้าต่างบานกระทุ้งหรือบานเปิดควรติดตัวล็อกไว้ทุกบาน ไม่อย่างนั้นหากเกิดลมแรงก็อาจมีโอกาสตีหน้าต่างให้กระแทกกับวงกบแรง ๆ จนเกิดความเสียหายได้

 

8. เหตุเกิดที่ทางเข้าบ้าน
          
ส่วนเดินผ่านเข้า-ออกระหว่างในบ้านกับนอกบ้านมักเป็นพื้นต่างระดับ และพื้นนอกบ้านอาจมีน้ำขังเฉอะแฉะได้ ทั้งจากน้ำฝนและน้ำกับโคลนที่ติดมากับรองเท้า จึงควรระมัดระวังเส้นทางสัญจรหลักเข้าสู่ตัวบ้านนี้ให้ดี

 

l2+.jpg

    8.1 รางน้ำฝน ถ้าไม่สามารถต่อทางลงของปลายท่อไปที่ทางระบายน้ำได้โดยตรง ควรต่อโซ่หรือเส้นเชือกจากปลายท่อให้ลงมาสู่ภาชนะรองน้ำด้านล่าง เช่น โอ่งหรือพื้นโรยหินกรวด เพื่อให้น้ำไม่กระเด็นเลอะทางเดิน

    8.2 ชายคาหรือหลังคากันสาด อาจต่อเดิมชายคาหรือหลังคากันสาดจากโรงรถ จะช่วยกันฝนสาดและน้ำฝนไม่ให้ไหลย้อนเข้าบ้าน พร้อมกำหนดความชันหลังคาให้น้ำฝนไหลพ้นไปจากทางสัญจน

    8.3 สวิตช์ไฟ สวิตช์ไฟควรอยู่ใกล้ประตูในระดับความสูงที่สามารถเอื้อมเปิดในความมืดได้ง่ายที่สุด ควรเลี่ยงทำช่องเสียบปลั๊กไฟในบริเวณใกล้เคียงกันโดยเด็ดขาด เพราะอาจคลำพลาดนิ้วมือเข้าไปโดนช็อตได้

    8.4 บานประตู ประตูหน้าควรกว้างและใหญ่กว่าประตูปกติ ควรเลือกใช้ประตูบานสะวิงที่เปิดออกภายนอกและทำพื้นด้านหน้าเตี้ยกว่า จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องสะดุดธรณีประตู แถมยังกันสัตว์ตัวเล็ก ๆ แอบเล็ดลอดเข้าบ้านได้ด้วย

    8.5 มือจับประตู มือจับประตูควรมีขนาดใหญ่และจับถนัดมือ เช่น แบบก้านโยกหรือแบบกด ไม่ควรใช้แบบลูกบิดหมุน เพราะลื่นมือ และเวลาหิ้วข้าวขอวพะรุงพะรังก็เปิดยากด้วย

    8.6 ธรณีประตู สำหรับคนที่ชอลเดินเตะธรณีประตูเป็นประจำลองหาพรมนุ่ม ๆ เท่าที่มีสีต่างจากพื้นและด้านหลังเป็นแผ่นยาง ก็จะยึดเกาะพื้นได้ดีขึ้น

    8.7 พรมเช็ดเท้า พรมกาบมะพร้าวที่หลายบ้านนิมใช้มักมีระดับสูงจนอาจเดินสะดุดล้มได้ แนะนำให้เซาะร่องพื้นเพื่อวางแบบฝังในพื้นจะดีกว่า ระดับความสูงจะได้ไม่ต่างกันเกินไป หรืออาจใช้พรมยางแบน ๆ ที่มีขอบลาดก็เป็นทางเลือกที่ดี

   8.8 พื้นภายนอก ควรเลือกใช้วัสดุ ปูพื้นที่มีรูพรุ่นมาก ๆ เพื่อให้ระบายน้ำได้ดี และมีพื้นผิวหยาบ ๆ ช่วยกันลื่น

 


แหล่งที่มา : www.roommag.com
จำนวนคนอ่าน : 8689 คน

บทความที่ใกล้เคียงกัน : สาระน่ารู้, ความปลอดภัย

ไอเดียมาใหม่ใน "เรื่องน่ารู้"

Topics 21 - 40 of 292

ชมไอเดีย "เรื่องน่ารู้" ทั้งหมด